วันเสาร์, สิงหาคม 27, 2559

ที่นี่มิใช่ประเทศไทย... ไต้หวัน... คนรุ่นใหม่วัย 35 ได้เป็นรัฐมนตรีดิจิทัลคนใหม่ พร้อมเข้ามาทำให้รัฐบาลโปร่งใสมากขึ้น





ทำความรู้จักหนุ่มแปลงเพศ Audrey Tang รัฐมนตรีดิจิทัลคนใหม่ไต้หวัน อดีตโปรแกรมเมอร์,อายุน้อยสุดในรัฐบาลด้วยวัยเพียง 35ปี


Posted By Techsauce Team • 26 August, 2016

เป็นข่าวที่น่าสนใจสำหรับการเมืองและวงการไอทีไต้หวันเมื่อรัฐบาลแต่งตั้ง Audrey Tang ซึ่งเป็นนักพัฒนาซอฟแวร์และ Civic Hacker ให้มาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีดิจิทัล (Digital Minister) ช่วยดูแลนโยบายของรัฐฯ ด้วยวัยเพียง 35 ปี ทำให้เธอเป็นบุคคลที่อายุน้อยที่สุดและเป็นบุคคลแรกในรัฐบาลที่แสดงตัวชัดเจนว่าเป็นคนข้ามเพศ (เดิมชื่อ Autrijus Tang)





หน้าที่หลักของเธอคือการทำให้รัฐบาลมีความโปร่งใสมากขึ้น ชูเรื่อง Open Data ให้ทุกคนสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ และทำให้ไต้หวันเป็น Asian SIllicon Valley และเน้นด้าน Internet of Things

เรื่องราวอันน่าสนใจของ Audrey Tang

ถูกจัดอันดับให้เป็น “ten greats of Taiwanese computing”

เริ่มเรียนรู้การเขียนโปรแกรม Perl ตั้งแต่อายุ 12 และออกจากการเรียนใน 2 ปีต่อมา เพราะไม่สามารถใช้ชีวิตในรูปแบบของนักเรียนได้

ในขณะที่อายุเพียงแค่ 15 ปี เธอสามารถพัฒนา Search Engine สำหรับภาษาแมนดาริน

ปี 2000 ด้วยวัย 19 ปี มีประสบการณ์เป็นนักพัฒนาที่ Silicon Valley

ตัดสินใจแปลงเพศจากชายเป็นหญิงพร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อในวัย 24 ปี

Taiwan Eastern Television กล่าวว่าเธอมี IQ สูงถึง 180

เธอเป็นกลุ่มผู้สนับสนุน autodidacticism (คนที่เน้นหาความรู้ด้วยตัวเอง)

ปัจจุบัน Tang ทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับ Apple โดยรายได้เป็น bitcoin ต่อชั่วโมง

เธอเป็นที่ปรึกษาให้กับ vTaiwan ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้มีการพูดคุยด้านกฏระเบียบต่างๆ และทำงานร่วมกับ g0v community

ในช่วงปี 2014 กลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่เรียกตัวเองว่า ขบวนการนักศึกษาทานตะวัน ก่อประท้วงถึงเหตุการณ์ข้อตกลงการค้าบริการข้ามช่องแคบ Tang เป็นคนที่ใช้กล้องถ่ายทำเหตุการณ์แบบสดๆ จากภายในอาคารไปยังข้างนอก เขากล่าวว่า “นี่ไม่ใช่การก่อกบฏแต่เป็นความตั้งใจที่จะสนับสนุนให้ประชาชนได้มีโอกาสพูด ก็เท่านั้นเอง”

ตอนนี้ Tang ได้ตั้งเว็บไซต์เพื่อใช้ตอบคำถามก่อนเธอจะเริ่มงานจริงในวันที่ 1 ตุลาคม เธอกล่าวว่าจะนำบริการดิจิทัลมาช่วยข้าราชการ และเปิดกว้างให้เกิดความร่วมมือกับประชาชน ทั้งด้านความรู้และความร่วมมือเพื่อสร้างนวัตกรรม

ที่มา: qz, wikipedia

แล้วจะเอาอาไร...ไล่ปุ เจอตุ่...





รัฐประหารเพื่อซีพีและเบียร์ช้าง
มันคงจ่ายเงินจ้างทหารกล้า
อ้างจะเกิดสงครามการเมืองมา
ยึดอำนาจจากประชาชนไปฯ

ประชาชนรวมพลังเพื่อขับไล่
รัฐโจรชั่วจัญไรเหนื่อยหนักหนา
ทั้งบาดเจ็บล้มตายแก๊สน้ำตา
เพราะหวังว่าต้องปฏิรูปบ้านเมืองเราฯ

แต่ท่านมายึดอำนาจไป
เพื่อทุนโลภจัญไรรวบแดกปล้น
เดินตามเสรีนิยมสัปดน
กดหัวคนด้วยม.44อัปรีย์จริงฯ

ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ
เพื่อเปิดเขตหาแดกแจกกันปล้น
ใช้อำนาจบาทใหญ่เพื่อพวกตน
ร่วมโฉดฉลล้างผลาญแผ่นดินไทยฯ

ทำแต่เรื่องเล็กน้อยไม่เข้าท่า
เรื่องใหญ่ๆเพื่อประชาไม่แตะต้อง
พลังงานปตท.และเหมืองทอง
ทุกข์ของมวลพี่น้องไม่สนใจฯ

สนแต่เรื่องสนับสนุนนายทุนใหญ่
ปล่อยให้มันถางภูหาประโยชน์
ทำลายป่าต้นน้ำทำไร่ข้าวโพด
หฤโหดเห็นแก่ตัวชั่วร้ายจริงฯ

ปล่อยให้สร้างทางรถไฟเพื่อใครเล่า
เพื่อสองเจ้าพ่อทุนจัญไรชั่ว
ได้รวบแดกกอบโกยเข้าพวกตัว
เพราะท่านมั่วเดินตามระยำทุนฯ

ท่านคิดจะรวบแดกมื้อสุดท้าย
ปล่อยให้เมืองไทยฉิบหายสิ้น
ทำลายดินน้ำฟ้าเพื่อหากิน
ไฟลุกท่วมธรณินทร์ไม่สนใจฯ

ทั้งถ่านหินปากบาราฆ่าทะเล
ท่านเป็นเบ๊สั่งทหารมาข่มขู่
ยอมเป็นหมารับใช้ผองริปู
กดหัวคนที่ต่อสู้เพื่อสิทธิตนฯ

แล้วเมืองไทยไม่มีอะไรเหลือ
เมื่อทุกคนเดือดร้อนตายห่าสิ้น
ประชาชนจักลุกสู้ทั่วแผ่นดิน
กวาดล้างฝูงโจรทมิฬที่กินเมืองฯ

วสันต์ สิทธิเขตต์
26 สิงหาคม 2559



Vasan Sitthiket


'ยื่งลักษณ์ง โพสต์อาลัยการจากไปของผู้ให้กำเนิด One Village, One Product โมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ อดีตผู้ว่าการจังหวัดโออิตะ




ดิฉันเพิ่งทราบข่าวและรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อการจากไปของ คุณโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ อดีตผู้ว่าการจังหวัดโออิตะ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มความคิดหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์หรือ One Village, One Product โดยเริ่มจากการเข้าใจชุมชนของตนเองอย่างลึกซึ้งว่ามีผลิตภัณฑ์ใดที่มีศักยภาพเหมาะสมกับชุมชนของตนเองแล้วนำมาใส่เอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนเข้าไป โดยเริ่มต้นจากภายในจังหวัดโออิตะของท่านก่อน จนแนวคิดนี้แพร่หลายไปทั่วประเทศญี่ปุ่นค่ะ

ต่อมาดร.ทักษิณได้นำเอาหลักการและกระบวนการคิดของคุณโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึมาปรับปรุงให้เข้ากับประเทศไทยจนกลายเป็น หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่มุ่งส่งเสริมท้องถิ่นให้พัฒนาสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง โดยโครงการโอทอปนี้ได้กระตุ้นให้ชาวบ้านหันมาพัฒนาคุณภาพสินค้าชุมชนตนเองจนกลายเป็นโอทอปห้าดาวที่สะท้อนคุณภาพของสินค้าจากชุมชนเหล่านี้และผลสำเร็จของโครงการนี้ได้มีผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งสร้างงานสร้างอาชีพเกิดการสร้างสรรค์ทางความคิดอีกมากมายค่ะ

หลังจากที่ดิฉันได้มาเป็นรัฐบาลก็ต่อยอดพัฒนาหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ให้ชาวบ้านด้วยการสร้างแบรนด์สินค้าโอทอปเหล่านี้ให้มีเอกลักษณ์และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดต่างประเทศ พร้อมกับผนวกความรู้สมัยใหม่ให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาคุณภาพและขยายการผลิตได้มากขึ้น ตลอดจนเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายถาวรในพื้นที่ทั่วประเทศโดย ใช้สถานที่ราชการและกลไกของกระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือจากภาคเอกชนให้จัดสรรพื้นที่สำหรับสินค้าโอทอปที่มีคุณภาพ และให้ทีมประเทศไทย (Team Thailand) นำโดยกระทรวงต่างประเทศเน้นการผลักดันสินค้าโอทอปไทยสู่สากลให้มากขึ้นด้วย

ดิฉันจึงขอยกย่อง คุณโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ ในฐานะที่เป็นต้นแบบของนโยบายโอทอปและเป็นแรงบันดาลใจให้กับนโยบายที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนไทยอย่างกว้างขวาง และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวคุณโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ ที่ได้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งและเป็นผู้ที่อุทิศตนเองทั้งแรงกายแรงใจในการสร้างคุณประโยชน์ต่อประชาชนชาวโออิตะและชาวญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศไทยด้วยนะคะ ดิฉันขอไว้อาลัยต่อการจากไปของคุณโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึค่ะ



















"ผมพอแล้ว" วาทะเด็ด'เปรม'





"ผมพอแล้ว"

หลังจากเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เป็นอันรู้กันว่านักศึกษาได้หนีเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ และเมื่อสิ้นสุดเหตุการณ์ก็มีการรัฐประหารโดย "สงัด ชลออยู่" ซึ่ง เปรม ก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมคณะรัฐประหาร ก็มีการตั้ง "ธานินทร์ กรัยวิเชียร" เป็นนายก

ธานินทร์ บริหารประเทศล้มเหลว แล้วทำท่าจะลากยาว 12 ปี เปรม ก็ได้เข้าร่วมกับสงัด ชลออยู่ อีกครั้ง แล้วรัฐประหารพวกตัวเอง ก็เปลี่ยนนายกใหม่มาเป็น "พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์"

เกรียงศักดิ์ เป็นนายกก็โดนอภิปรายไม่ไว้วางใจ สุดท้ายก็ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่า "นายกต้องมาจากการเลือกตั้ง"

สภาชุดนั้นไปคว้าเอา "ผู้บัญชาการทหารบก" นามว่า "เปรม ติณสูลานนท์" ให้เป็นนายกรัฐมนตรี เริ่มศักราชของเปรมตั้งแต่ 2523

เปรมเจอเหตุการณ์ "กบฏเมษาฮาวาย" ที่นำโดย "มนูญกฤต รูปขจร" ปรากฎว่าเปรมได้พา "เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน" ไปพักที่นครราชสีมา พูดภาษาชาวบ้านง่ายๆ รัฐประหารแต่ไม่มีลายเซ็นรับรองก็ถือว่าไม่สำเร็จ ก็โดนข้อหากบฏกันไป แล้วเปรมก็ "ยุบสภาครั้งที่ 1"

ต่อมามีการเลือกตั้งปี 2526 พรรคการเมือง 3 พรรคก็ตกลงกันว่า เราจะเชิญ "เปรม" เป็นนายกต่ออีกสมัย เปรมก็รับตำแหน่งเป็นนายกคนนอกแบบหน้าไม่อายแบบนี้ต่อไป

กบฏครั้งที่ 2 ก็เกิดขึ้น เรียกว่า "กบฏ 9 กันยา 2528" ผู้นำกบฏก็คนเดิมคือมนูญกฤต รูปขจร จริงๆกบฏครั้งนี้เกือบจะสำเร็จแต่เผอิญคนอยู่เบื้องหลังไม่ยอมออกมา เกิดวาทกรรม "นัดแล้วไม่มา" ทำให้รัฐประหารล้มเหลว เปรมชนะอีกรอบ แต่เกิดมีปัญหาเรื่อง พ.ร.บ.ขนส่งทางบก เปรมก็ประกาศ "ยุบสภาครั้งที่ 2"

เลือกตั้งอีกครั้ง ก็มาแนวเดิมคือทุกคนเชิญ "เปรม" เป็นนายกรอบที่ 3 แล้วก็ยุบสภา จากการผ่านร้อนผ่านหนาวเรื่องกบฏ 2 ครั้ง เปรมจึงได้รับฉายา "นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา"

สังเกตว่าเปรมได้เป็นนายกทั้งๆที่ตนเองไม่เคยลงเลือกตั้ง แต่ทำไมถึงมีการสนับสนุนจากคนในสภา อำนาจบารมีของเปรมก็ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน แต่ก็มีคนกล้าคนหนึ่งนามว่า"ขวัญชัย วรสูตร" เป็นนักมวย ของ ม.รามคำแหง ขณะที่ อ.สุขุม นวลสกุล เป็นอธิการบดี เขาก็จัดงานกีฬาประจำปี ปรากฎว่าระหว่างที่ขวัญชัย ได้ขึ้นรับรางวัลกลับ "เปรม ติณสูลานนท์" ขวัญชัยได้ชกหน้าเปรม เลือดอาบ ล้มลงกับพื้นทันที ขวัญชัยได้พูดเอาไว้ว่า "เกลียดหน้ามานานแล้ว" การชกไม่ได้หมายเอาชีวิต เพราะชกแค่หมัดเดียวแล้วจบ ถ้าคิดฆ่าป่านนี้เปรมคงตายไปแล้ว

เปรมต้องเข้าโรงพยาบาลเกือบ 2 สัปดาห์ ออกมาก็ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า "ป๋าเห็นดาวเลยลูก"

ภายหลังขวัญชัย วรสูตร ถูกจับเข้าโรงพยาบาลบ้า และก็ถูกจับกดน้ำตาย โดยที่ญาติไม่ติดใจเอาความ

เปรมมีพรรคชาติไทยคอยหนุน ก็เกิดการเลือกตั้งปี 2531 ก็จะมาแนวเดิมคือไม่ว่าใครชนะก็ไปเชิญเปรม จากบ้านสี่เสาเทเวศน์ให้เป็นนายกต่อ แต่ขณะนั้นกระแสเรื่องประชาธิปไตยเริ่มมา นักวิชาการจำนวนมากคัดค้านการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 4 ของเปรม หนึ่งในนั้นคือคนที่กลับมาร่างรัฐธรรมนูญให้ คสช. ฉบับหนึ่ง นามว่า "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" ได้ร่วมลงชื่อต้านเปรม

เปรมก็รู้ตัวดีว่าลากยาวมา 8 ปี 5 เดือน จึงบอกกับ "พล.อ.ชาติชาย" ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยว่า....

"ผมพอแล้ว"

เปรมก็ไม่รับตำแหน่งนายก ให้ชาติชายเป็นแทน แล้วเปรมก็ได้รับตำแหน่ง "องคมนตรีและรัฐบุรุษ" ตลอดเวลาเป็นนายกเปรมต่างกับประยุทธ์โดยสิ้นเชิง ประยุทธ์พูดมาก แต่เปรมพูดน้อยจนนักข่าวตั้งฉายาว่า "เตมีย์ใบ้" เป็นเรื่องเล่ากันว่า นักข่าวมารอหน้าทำเนียบ เปรมหนีออกประตูหลัง นักข่าวมาประตูหลัง เปรมออกประตูหน้า นักข่าวดักสองทาง เปรมออกข้างหน้าต่าง

ศัตรูของเปรมหลายคนก็มีจุดจบแปลกๆ
"ขวัญชัย วรสูตร" ถูกจับกดน้ำตายในโรงพยาบาลบ้า ทั้งๆที่ไม่ได้บ้า

"พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา" กิน "ข้าวเหนียวมะม่วง" แล้วก็ตาย

"พันตรีประจักษ์ สว่างจิตต์" ยิงตัวเองตายในห้องน้ำ

และศัตรูคนล่าสุดที่เพิ่งเสียชีวิตไปคือ "นายสมัคร สุนทรเวช" คนนี้เกลียดเปรมมาก เพราะช่วงหลังๆมีกระแสเรียกร้องให้เปรมว่า "ถ้ามึงอยากเป็นนายก ก็ลงเลือกตั้งสิ ไม่ใช่ทำตัวเป็นหมาขี้เรื้อนแบบนี้" นายสมัครเคยกล่าวถึงขนาดว่า "ใครมันเอาหมาขี้เรื้อนมาเป็นผู้บัญชาการทหารบก"

เปรมเคยพูดว่า "ป๋าเบื่อเป็นนายกแล้ว" (พอๆกับ ผมเบื่อ ผมเหนื่อย ของประยุทธ์)

สมัคร ก็สวนทันทีว่า "เบื่อก็ลาออกไปสิ"

และหลังปี 2549 ที่สมัครได้เป็นนายกจากพรรคพลังประชาชน สมัครก็ไม่เคยพาคณะรัฐมนตรีไปเหยียบบ้านสี่เสาเทเวศน์เพื่ออวยพรเปรม หรือรดน้ำดำหัวใดๆทั้งสิ้น เปรมโกรธมาก และทำทุกวิถีทางเพื่อล้มฝ่ายทักษิณ และข่าวก็รายงานกันว่าเปรมอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทุกอย่างตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา

เปรมเคยวิจารณ์ทักษิณว่า
"ผมไม่ได้ว่าเขาไม่ดีนะ แต่เขาไม่เหมาะ(จะเป็นนายก)"

วาทกรรม "อำมาตย์" ในช่วงการชุมนุมของเสื้อแดงปี 52-53 ก็หมายถึง "เปรม ติณสูลานนท์" ผู้นี้นี่แหละ

ปัจจุบันเปรมอายุ 96 ปี วันนี้ 26 สิงหาคม 2559 ก็เป็นวันเกิด ขอเชิญร่วมอวยพรเปรมได้ ณ ที่นี้

@ หยุดดัดจริตประเทศไทย
26 สิงหาคม 2559


หยุดดัดจริตประเทศไทย


"พอเถอะ มาตรา 44"





"พอเถอะ มาตรา 44"

ผมไม่เห็นด้วยกับการที่หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งที่ 50/2559 ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ถึงแม้บุคคลทั้งสองจะมีข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดแต่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวขัดต่อหลักนิติธรรม กล่าวคือ (1) กระบวนการได้มาซึ่งอำนาจไม่ชอบ เพราะได้มาจากการยึดอำนาจ (2) ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจ อีกทั้งผู้ใช้อำนาจไม่ต้องรับผิดชอบเพราะมีมาตรา 279 ของรัฐธรรมนูญนิรโทษกรรมล่วงหน้าไว้จึงไม่เป็นธรรมต่อผู้ถูกใช้อำนาจ (3) ไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะการที่ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติแล้ว อำนาจทั้งหลายที่มาจากเผด็จการสมควรจะถูกยกเลิกทั้งหมด (4) ประเทศไทยมีกฎหมายที่ใช้บังคับกับกรณีดังกล่าวอยู่แล้ว จึงควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนยุติธรรมปกติ การใช้อำนาจพิเศษที่นอกจากจะขัดต่อหลักนิติธรรมแล้ว ยังเป็นการวางรากฐานที่ผิดให้กับรัฐบาลหน้าที่ไม่มีอำนาจดังกล่าว หากเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมมีข้อบกพร่องก็ควรแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ใช้บังคับอย่างเสมอภาค

การใช้อำนาจจะต้องอยู่บนหลักนิติธรรม จึงจะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายรวมทั้งฝ่ายที่ถูกลงโทษตามกฎหมายนั้นด้วย หาไม่แล้วการลงโทษดังกล่าวจะไม่สร้างการยอมรับเพราะขาดหัวใจสำคัญคือ ความชอบธรรม (legitimacy) และหลักนิติธรรม (rule of law) ถึงแม้บุคคลทั้งสองจะเป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของผมและพรรคเพื่อไทย แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจพิเศษดังกล่าว ผมจึงขอประณามและขอเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้อำนาจที่ขัดต่อหลักนิติธรรม ได้แก่ บรรดาประกาศหรือคำสั่งของ คสช. การใช้อำนาจตามมาตรา 44 และการเอาพลเรือนขึ้นศาลทหาร ขอให้ปฏิบัติกับทุกฝ่ายให้เป็นไปตามกระบวนยุติธรรมปกติบนพื้นฐานของหลักนิติธรรม

ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านพูด แต่สิทธิของท่านในอันที่จะพูดนั้น ข้าพเจ้าขอปกป้องไว้ด้วยชีวิต (I disapprove of what you say, but I will defend to the death your right to say it) / Evelyn Beatrice Hall/ "The Friends of Voltaire" (1906)

วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
26 สิงหาคม 2559


Watana Muangsook

ooo

สุขุมพันธุ์ บริพัตร ไม่ใช่รายแรก และไม่ใช่รายสุดท้ายชองผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งที่โดน ม.44 ของหัวหน้าคณะรัฐประหารเล่นงาน

.........................
ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหาร จะใช้ม. 44 พักงาน สุขุมพันธุ์ บริพัตร เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2559

ด่วน!! ม.44 สั่ง พักงานสุขุมพันธุ์
http://www.komchadluek.net/news/politic/239539

พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้าคณะรัฐประหาร จะใช้ม. 44 ให้นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 มาแล้ว

...............

งัด ม.44 ฟัน “บุญเลิศ” เซ่นเกมป่วน
วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช. เรื่องประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ 5 โดยระบุว่า ตามที่จะมีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 7 ส.ค. แต่พบว่าผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของรัฐในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่ง มีพฤติกรรมอาจมีความผิดตามกฎหมายประชามติ จึงอาศัยอำนาจรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 ให้นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง โดยไม่ได้รับค่าตอบแทน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหรือดำเนินคดีตามตามกฎหมายโดยเร็ว แต่ถ้าไม่พบความผิดให้หน่วยงานดังกล่าวรายงานนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่ง

ดู
ม.44 เชือด นายกอบจ.เชียงใหม่ บิ๊กตู่ลงดาบเซ่นเกมป่วนประชามติ
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/673914

แน่นอนว่านับตั้งแต่รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้าคณะรัฐประหาร จะใช้ม. 44 พักงานผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งนับครั้งไม่ถ้วนด้วย


Thanapol Eawsakul





ฟิลิปปินส์เข้าสู่ยุคมืด ยุคที่คนตัดสินคน มิใช้กฎหมาย... เผยมือปืนรับจ้าง รับงานยิงผู้ค้ายาในสงครามปราบยาเสพติดของฟิลิปปินส์ ตามคำสั่งของตำรวจ



https://www.facebook.com/BBCThai/videos/1813218865565812/

มือปืนรับจ้างหญิงเผย รับงานยิงผู้ค้ายาในสงครามปราบยาเสพติดของฟิลิปปินส์

เมื่อพูดถึงมือปืนรับจ้าง หลายคนคงนึกไม่ถึงว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่อุ้มทารกไว้ในอ้อมแขน จะสามารถเป็นมือปืนรับจ้างได้โดยสังหารคนมาแล้วถึง 6 ราย

มาเรีย (นามสมมติ) เป็นมือปืนรับจ้างหญิงคนหนึ่ง ที่รับงานสังหารผู้ค้ายาเสพติดตามคำสั่งของตำรวจ โดยงานของเธอเป็นส่วนหนึ่งของสงครามปราบปรามยาเสพติด ที่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตแห่งฟิลิปปินส์ สั่งเดินหน้าสังหารพวกค้ายาที่ขัดขืนการจับกุมทุกราย ซึ่งล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตมีถึงกว่า 1,900 รายแล้ว

การที่ตำรวจเลือกใช้มือปืนรับจ้างหญิง เพราะสามารถเข้าถึงตัวเป้าหมายได้ง่ายโดยเหยื่อที่จะถูกสังหารไม่ระแวง ในทีมรับสังหารของมาเรียนั้น ยังมีมือปืนรับจ้างหญิงอยู่อีกถึง 3 คน

มาเรียเข้ามาทำงานมือปืนรับจ้างเมื่อสองปีก่อน โดยสามีซึ่งเป็นมือปืนรับจ้างเหมือนกันเป็นผู้ชักนำ ในครั้งแรกเธอกลัวและวิตกกังวลอย่างมากก่อนจะต้องลงมือ เพราะส่วนใหญ่เธอต้องเข้าประชิดตัวเพื่อยิงศีรษะเป้าหมาย การยิงสังหารแต่ละครั้งจะได้ค่าจ้างราว 20,000 เปโซ (ราว 16,000 บาท) ซึ่งต้องแบ่งกันกับผู้ร่วมทีมที่เป็นคนชี้เป้าและช่วยจัดเตรียมการอื่น ๆ อีก แต่เงินจำนวนเท่านี้นับว่ามากพอดูสำหรับคนจนในฟิลิปปินส์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

มาเรียบอกว่า บางครั้งตำรวจสั่งให้สังหารผู้ที่ขัดผลประโยชน์กับตน ซึ่งอาจเป็นผู้ค้ายาหรือไม่ก็ได้ แต่ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาหลังสงครามปราบยาเสพติดเริ่มขึ้น ผู้ถูกสังหารส่วนใหญ่มักเป็นคนเล็กคนน้อยในสลัมของกรุงมะนิลา เช่นผู้ใช้แรงงานรายวัน คนขับรถสามล้อ หรือคนว่างงาน ซึ่งข้างศพถูกยิงของพวกเขาจะมีแผ่นป้ายขู่ผู้ค้ายาเสพติดทั้งหลายไม่ให้เอาเยี่ยงอย่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์บอกว่า ยังต้องสอบสวนกรณีของคนเหล่านี้ว่าใครเป็นผู้ลงมือสังหารและเป็นเพราะสาเหตุเรื่องยาเสพติดจริงหรือไม่

มาเรียบอกว่า ทุกวันนี้เธอรู้สึกผิดบาปต่อสิ่งที่ทำลงไป และต้องการเลิกเป็นมือปืนรับจ้าง แต่ก็เกรงว่าเมื่อเลิกงานรับสังหารแล้วจะถูกญาติพี่น้องของผู้ตายตามล้างแค้น ทุกวันนี้เธอต้องย้ายที่อยู่บ่อย ๆ เพื่อความปลอดภัย

บีบีซีไทย - BBC Thai

แนวคิดคนรุ่นใหม่ ทางเลือกในสังคม และทางแพร่งประชาธิปไตย - นิตยสาร Way #91 พาไปสำรวจ ทางเลือกที่จะสร้าง ‘New Country’ (for young Gen)





WAY 91 ‘New Country for Young Gen’

26 Aug 2016
Way Magazine


แนวคิดคนรุ่นใหม่ ทางเลือกในสังคม และทางแพร่งประชาธิปไตย

Main Way: New Country for Young Gen

รอบทศวรรษที่ผ่านมามีหลายเหตุการณ์ทำให้ความหมายของสิทธิ์และเสรีภาพบิดรูปไป เราเชื่อว่า เรามีสิทธิ์ และรัฐต้องให้สิทธิ์นี้กับเรา แต่วันหนึ่งก็กลับพบว่า เราไม่สามารถใช้เจ้าสิทธิ์นี้ได้อย่างเสรี ภายใต้เสรีภาพที่หดลง คงนึกตามได้ไม่ยากว่า สิทธิ์จะถูกบีบให้เหลือเล็กจิ๋วขนาดไหน

เราเชื่อว่า ทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แต่ก็เห็นๆ อยู่ว่าเรากำลังจะ ‘ไม่มีสิทธิ์’ และต้องอยู่กับอนาคตที่เราไม่ได้เลือก เมื่อทางเลือกมีแค่สอง แน่นอนว่าเสรีภาพคือการปฏิเสธกล่องสี่เหลี่ยมที่พยายามครอบงำเอาไว้ – นั่นคือทางที่ต้องเลือก และเรามีหน้าที่ต้องเลือกด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ไม่ว่า ‘เขา’ จะห้ามด้วยวิธีใดก็ตาม

และในฐานะมนุษย์ เรายังมีทางเลือกอื่นๆ อีกหลายอย่าง ที่กองบรรณาธิการ WAY จะพาไปสำรวจว่า มีช่องทางไหนบ้างที่คนธรรมดาสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยเชื่อว่า เรายังมีทางเลือกอื่นๆ อีกที่จะสร้าง ‘New Country’ และอนาคตใหม่ได้

นี่อาจเป็นอนาคตที่เลือกได้ด้วยตัวคุณเอง เพื่อตัวคุณเอง และถางทางไว้เพื่อคนรุ่นถัดไปที่เริ่มเดินเข้ามา






The Sound of Silence

เราไม่อยากพูดเองเออเองเพียงลำพัง และไม่อยากอธิบายในสิ่งที่เราไม่รู้…และไม่คิดว่ารู้ ด้วยความอยากตั้งคำถาม อยากรับฟัง และต้องการคู่สนทนา กองบรรณาธิการ WAY จึงเลือกใช้ ‘บทสนทนากับ ไชยันต์ ไชยพร’ ศาสตราจารย์จากภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาอธิบายหลักการและความหมายของบรรดาคำเหมาเข่งที่เรียกรวมๆ ว่า ‘เผด็จการ’






40 Years Ago Model

ประสบการณ์การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศแถบเอเชียตะวันออกส่วนใหญ่ ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน หรือเกาหลีใต้ ประเทศเหล่านี้ล้วนอยู่ระหว่างเร่งสร้างชาติ ‘รัฐอำนาจนิยม’ อาจมีความจำเป็น ณ เวลานั้น แต่เมื่อประเทศเหล่านี้พัฒนาเศรษฐกิจจนกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ก็สามารถหาทางออกจากวงจรการเมืองแบบเผด็จการได้

ระหว่างต้นทศวรรษ 1960 -1990 ความสำเร็จของเสือเศรษฐกิจเอเชียทั้งสี่ ซึ่งก็คือ ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไต้หวัน ถูกมองว่าเป็น ‘มหัศจรรย์แห่งเอเชีย’ (Asia Miracle) ในมุมนักเศรษฐศาสตร์การเมือง นพนันท์ วรรณเทพสกุล สาขาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า ปาฏิหาริย์แบบนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงอีกแล้ว






Soul Mate: Dictator & Corruption

ในยุคที่อินโดนีเซียอยู่ภายใต้ประธานาธิบดีซูฮาร์โต หรือยุคที่เกาหลีใต้อยู่ภายใต้เผด็จการทหาร สังคมเต็มไปด้วยการผูกขาดอำนาจของผู้นำ ทั้งในทางเศรษฐกิจและการเมือง ทั้งสื่อและประชาชนไม่สามารถใช้อำนาจตรวจสอบได้เลย นำไปสู่การใช้อำนาจอย่างบิดเบือนและแสวงหาผลประโยชน์ให้กับผู้นำและพวกพ้อง

“ระหว่างคอร์รัปชันกับการเป็นสังคมปิดแบบเผด็จการ เรียกว่าเกือบจะเป็นของคู่กัน”

ข้อสรุปจากงานวิจัยเชิงวิพากษ์ ‘การพัฒนาประชาธิปไตยกับการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน: บทเรียนจากต่างประเทศ’ ของ ประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เลือกศึกษากลไกหรือองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันในห้าประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ ฮ่องกง อินโดนีเซีย ชิลี และอุรุกวัย โดยจุดร่วมของเกือบทุกประเทศก็คือ กระบวนการพัฒนาไปสู่ประชาธิปไตยกับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันมักมาคู่กัน

เมื่อประเทศเหล่านั้นเปลี่ยนผ่านจากสังคมเผด็จการ ไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม ไปเป็นสังคมที่มีความเป็นประชาธิปไตยสูงขึ้น ประเทศเหล่านั้นก็เริ่มต่อสู้กับปัญหาคอร์รัปชันได้ดีขึ้น สังคมก็มีความโปร่งใสมากขึ้น






Interview: เผด็จการกับประชาธิปไตยในความต่าง

ชวน ปริญญา เทวานฤมิตรกุล พูดคุย กับคำถามพื้นฐานที่ต้องทบทวนกันใหม่ว่า ทำไมต้อง ‘ประชาธิปไตย’ และเหตุใดจึงไม่ควรหันหลังให้กับกติกาและแง่มุมทางกฎหมายที่เราเคยยอมรับร่วมกัน







Interview: จะให้ทำอย่างไร เมื่อประชาธิปไตยไม่ฟังก์ชั่น!

เผด็จการแบบฮิตเลอร์ต่างจากเผด็จการอื่นๆ หรือไม่ ทำไมสาธารณรัฐไวมาร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยถึงล่มสลาย แล้วได้ระบอบปีศาจที่กวาดชีวิตผู้คนไป 11 ล้านคนขึ้นมาแทน ฮิตเลอร์ชนะเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมากแบบแลนด์สไลด์ถล่มทลายอย่างที่ใครๆ พูดกันจริงไหม แล้วในยุคนาซีเรืองอำนาจ ผู้ที่ต่อต้านอยู่ในสภาพเช่นไร

แม้จะออกตัวว่าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านฮิตเลอร์และระบอบนาซีโดยตรง แต่ ตุลย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีคอลเล็คชั่นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายสิบเล่ม ทั้งภาษาอังกฤษและเยอรมัน และยังเปิดวิชาเลือกว่าด้วยนาซีเยอรมนี เมื่อภาคต้นในปีการศึกษา 2558 และยังจะเปิดอีกในปีต่อๆ ไป

นอกจากประเด็นเผด็จการ เรายังได้เรียนรู้วิธีจัดการกับอดีตและประวัติศาสตร์บาดแผลของเยอรมนี และมากไปกว่านั้น คือคุณค่าของการมีชีวิต ที่ชาวเยอรมันยุคหลังสงครามพยายามพร่ำบอกกับชาวโลกเรื่อยมา

Contributor
กล้า สมุทวณิช

หนึ่งในคอลัมนิสต์ในนิตยสาร WAY ฉบับรายเดือน เจ้าของคอลัมน์ ‘คนตกสีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง’ ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ผู้ประพันธ์รวมเรื่องสั้น หญิงเสาและเรื่องราวอื่นๆ ผ่านเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ปี 2557 ในวงวิจารณ์วรรณกรรม กล้า สมุทวณิช มักใช้คำเปรียบรสของวรรณกรรมเข้ากับรสและลักษณะของเครื่องดื่มตั้งแต่ไวน์ วิสกี้ เบอร์เบิ้น และเบียร์ แม้ดำรงตนอยู่อย่างหลายบทบาท แต่งานวรรณกรรมคือเส้นเลือดใหญ่คอยหล่อเลี้ยงการดำรงอยู่ของเขา

กรรณิการ์ กิจติเวชกุล

ถึงปากจัดแต่วิจารณ์บนฐานข้อมูล คือลักษณะที่พบได้จากข้อเขียนของเจ้าของหนังสือ Global Report ซึ่งเป็นหนังสือขายดีระดับพิมพ์มากกว่าหนึ่งครั้งของสำนักพิมพ์ WAY OF BOOK งานหลักของเธอคือการชี้ถึงความเป็นความตายของผู้คนในระบบทุนนิยมโลกาภิวัตน์ที่มาจากการดำเนินนโยบายสาธารณะในแต่ละประเทศ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปถึงทรัพยากร ระบบการศึกษา สิ่งแวดล้อม สื่อสารมวลชน สุขภาพ คุณภาพชีวิต และนี่คือที่มาของนิ๊กเนมที่สะท้อนทั้งลักษณะของ ‘ภายใน’ และ ‘ภายนอก’ ของเธอ ‘หญิงอ้วนชวนทะเลาะ’

ไพรัช แสนสวัสดิ์

ผลงานแปลเล่มสำคัญอย่าง Bury My Heart at Wounded Knee, The Lemon Tree และ The Motorcycle Diaries สะท้อนความสนใจและจุดยืนทางสังคมการเมืองของ ไพรัช แสนสวัสดิ์ ได้อย่างชัดเจน นอกจากงานแปลแล้ว ไพรัชยังนิยมขี่จักรยานทางไกลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คนหนุ่มตั้งคำถามกับกำลังวังชาของตัวเอง ปัจจุบัน ‘ป๋า’ ของน้องๆ ในนิตยสาร WAY กำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับ โซฟี โชลล์ และ ‘ขบวนการกุหลาบขาว’ ในยุคนาซีครองอำนาจ คอลัมน์ของป๋าใน WAY ฉบับนี้ เป็นการวอร์มร่างกายเท่านั้น

ทินกร หุตางกูร

นักประพันธ์ผู้มีดีเอ็นเอเฉพาะในสำนวนเขียน นอกจากแสงและเงาในงานเขียนประเภท fiction สิ่งที่ปรากฏในงานเขียนของ ทินกร หุตางกูร คือการบันทึกสภาพสังคมการเมืองทั้งในและนอกประเทศ ปัจจุบัน นักเขียนที่ถูกเรียกขานว่า ‘เจ้าชายโรแมนติก’ กำลังเขียนนวนิยายเล่มใหม่ พร้อมๆ กับฟังเพลง และดูเทนนิส นักดำน้ำกับช่างต่อเรือ คือเรื่องสั้นเรื่องล่าสุดจากเขา

บดินทร์ เทพรัตน์

เป็นนักเขียนประจำด้านภาพยนตร์ในนิตยสาร Starpics และเคยมีผลงานเป็นบทความแนวภาพยนตร์ ท่องเที่ยว สังคมการเมือง ตีพิมพ์ในนิตยสารหลายเล่ม เช่น Way, Ellemen, วารสารอ่าน เป็นต้น นอกจากนั้นเขายังเป็นผู้ก่อตั้ง ‘ปันยามูฟวี่คลับ’ กลุ่มกิจกรรมจัดฉายหนังและเสวนาในจังหวัดเชียงใหม่

เป็นผู้สนใจเรื่องหนังที่เชื่อมโยงกับการเมือง มีรสนิยมชอบดูหนังเอเชีย โดยเฉพาะหนังของ เอ็ดเวิร์ด หยาง, อับบาส เคียรอสตามี, โหวเสี่ยวเฉียน, จางอวี้โหมว (ยุคแรก), อากิระ คุโรซาว่า, ฮิโรคาสุ โคริเอดะ และหนังทุกเรื่องที่ ยู อาโออิ แสดง

iLaw

องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน ทำงานกับภาคประชาสังคมและคนทั่วไปในสังคม มีเป้าหมายเพื่อไปให้ถึงหลักการประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงออก สิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง และระบบยุติธรรมไทยที่เป็นธรรม และตรวจสอบได้กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน


อยู่เมืองดัดจริตชีวิตต้องป๊อป

ชื่อเดียวกับเพจเฟซบุ๊คของผู้ทำงานศิลปะแนวป๊อปเชิงยอกย้อน เสียดสีและจิกกัดกระแสหลักด้วยรูปภาพ จากคอลัมนิสต์ประจำในนิตยสาร WAY ฉบับรายเดือน ในเล่ม 91 นี้ เขาได้นำหน้าตาของ ‘ดาร์ธเวเดอร์’ จากภาพยนตร์ Stars Wars มาจัดวางเป็นงานใหม่ได้อย่างน่าสนใจ และทุกวันนี้เขาก็ยังคงทำงานศิลปะแนวป๊อปๆ แบบนี้เพื่อบอกเล่าเรื่องจริงที่ทั้งขมทั้งแสบอยู่อย่างต่อเนื่อง

Nodjadong

นจดงค์ บุญประเสริฐ เป็นคนมือบอนตั้งแต่สมัยเป็นนิสิต ฝากลายเส้นไว้บนพื้นผิวต่างๆ เช่น ปกหนังสือ (หลายปกของ วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา และ WAY ฉบับกัญชา) กำแพง เสื้อยืด และผิวหนังของผู้ที่ไม่กลัวเข็มสัก เส้นสายของเขามีเรื่องเล่าเฉพาะ บางคนอาจรู้สึกว่าเข้าใจยาก ปัจจุบันเขาช่วยให้ผู้เสพ ‘เก็ท’ ได้มากขึ้นในรูปแบบการ์ตูนช่องทุกสุดสัปดาห์ ที่ Nodjadong [Weekly]

สำหรับ WAY ฉบับนี้ เขาละเลงเรื่องราวไว้บนหน้ากระดาษประหนึ่งสาดหมึกลงกำแพง จนเราแทบอยากปรับขนาดรูปเล่มหนังสือให้ใหญ่ขึ้นสักสองเท่า แต่คุณสามารถชมงานอื่นไปพลางๆ ได้ที่ Nodjadong

คลิกเพื่อชมภาพเนื้อหาในอัลบั้ม WAY 91

คลิกเพื่อสั่งซื้อ WAY 91 ที่นี่

วันศุกร์, สิงหาคม 26, 2559

ผู้ค้าตลาดบางแคสุดทน! โวย กทม. ยกเลิกแผงค้า





ผู้ค้าตลาดบางแคสุดทน! โวย กทม. ยกเลิกแผงค้า


ที่มา TV24
วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ่อค้า-แม้ค้า ที่ได้รับความเดือนร้อนจากนโยบายการจัดระเบียบฯของกรุงเทพมหานคร รวมตัวกันที่ตลาดบางแค ร้องเรียนและขอความเป็นธรรม ก่อนที่จะประกาศ ยกเลิกจุดผ่อนผัน ในเดือน กันยายน นี้


คุณชาลิสา เจริญวัฒนะโพธิ์แก้ว อายุ 45ปี ตัวแทนผู้ค้าในตลาดบางแค เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ค้าไม่สามารถจำหน่ายสินค้าในพื้นที่เดิมได้ เนื่องจากกทม.ได้ประกาศยกเลิกจุดผ่อนผัน กลุ่มผู้ค้าตลาดบางแคจึงได้ขอให้กทม.ยืดระยะเวลาจำหน่ายสินค้าออกไปจนกว่าจะมีสถานที่เหมาะสม โดยการจัดระเบียบทางเท้าบริเวณตลาดบางแค ในพื้นที่เขตบางแค มีผู้ค้าในจุดผ่อนผันได้รับผลกระทบจำนวน 469 ราย 



ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่เทศกิจ กรุงเทพมหานคร และ ตัวแทนผู้ค้าตลาดบางแค ได้ประชุมเพื่อหาทางออกในเรื่องดังกล่าว แต่ผลสรุปยังไม่เป็นที่ยุติ ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์การประชุมร่วมดังกล่าวด้วย





















ชมวินาทีปล่อยตัว ส.ส. ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ และพวก กรณีจม.ประชามติ




https://www.youtube.com/watch?v=e_SfNJqyc44

วินาทีปล่อยตัว ส.ส. ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ และพวก กรณีจม.บิดเบือนฯ

SHTV

Published on Aug 26, 2016

ชมสดได้ที่ facebook PEACE TV
https://www.facebook.com/peacetv.udd/...

.....


ศาลทหารให้ประกันตัว บุญเลิศ-ทัศนีย์
พร้อมพวกรวม 11คน วางเงื่อนไขห้าม
ยุยงปลุกปั่น-ออกนอกประเทศ
หลังถูกดำเนินคดีในข้อหา
จดหมายบิดเบือนร่างรธน.

ooo


ปล่อยตัวแล้ว! “ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์” อดีตส.ส.เชียงใหม่ หลังถูกจับ คดีจม.ประชามติ




ที่มา มติชนออนไลน์
26 ส.ค. 59


เมื่อเวลา 19.05น. วันที่ 26 สิงหาคม ที่ทัณฑสถานหญิง จ.เชียงใหม่ ผู้คุมเรือนจำทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ได้ปล่อยตัว น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และพวกรวม 6 คน โดยวินาทีแรกที่ออกจากประตูเรือนจำ น.ส.ทัศนีย์ และน.ส.ธารทิพย์ ได้โผเข้ากอดนางผ่องศรี บูรณุปกรณ์ มารดา โดยมีญาติสนิท และเพื่อนรุมล้อมต้อนรับพร้อมกล่าวแสดงความยินดีที่ได้รับการปล่อยตัว โดยนางผ่องศรี มอบสร้อยลูกปัดศิริมงคลจากวัดบวกครกหลวง อ.เมืองเชียงใหม่ ให้เพื่อเรียกขวัญ พร้อมกล่าวกับลูกสาวว่าเมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ได้เตรียมน้ำมนต์จากวัดเจดีย์หลวง วัดดับภัย ไว้ให้รดน้ำมนต์

น.ส.ทัศนีย์ กล่าวสั้นว่า กราบขอบพระคุณในความเมตตาของศาลที่อนุญาตให้ประกันตัวในครั้งนี้ ส่วนของการสู้คดียังไม่ขอให้รายละเอียด และขอกลับบ้านก่อน

นางผ่องศรีกล่าวว่า การได้รับการประกันตัวในวันนี้ใจจริงคิดว่าสมควรแก่เวลา เนื่องจากลูกสาวถูกคุมขังเป็นเวลานานแล้ว ดังนั้น ในวันที่ 27 สิงหาคม จะพาลูกๆไปไหว้พระให้สบายใจ เนื่องจากเป็นทุกข์มาก เพื่อให้จิตใจปลอดโปร่ง และฟื้นฟูร่างกาย เนื่องจากสุขภาพของลูกสาวทั้งสองคนไม่ค่อยดี โดยเฉพาะน.ส.ธารทิพย์ ลูกสาวคนเล็กไม่เคยลำบากมาก่อน อีกทั้งเริ่มมีปัญหาสุขภาพจิต ระหว่างถูกคุมของต้องให้เพื่อนที่เป็นจิตแพทย์มาพูดคุยด้วย

นายจำนงค์ ไชยมงคล ทนายความ กล่าวว่า เรือนจำกลางเชียงใหม่ อ.แม่แตง สถานที่คุมขังผู้ต้องหาชาย เจ้าหน้าที่เรือนไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพ รวมทั้งแจ้งว่าจะขับรถตู้นำผู้ต้องหาไปปล่อย แต่ไม่ทราบสถานที่ คาดว่าเป็นการร้องขอจากนายบุญเลิศที่ไม่ต้องการพบสื่อ

“ไม่หนักใจ จะสู้คดีแบบตรงไปตรงมา จากพยานหลักฐานที่มี เท่าที่ดู ยืนยันว่า ยังไม่เห็นจดหมายจะมีเนื้อหาบิดเบือนตรงไหน คดีไม่ซับซ้อน แค่กระดาษแผ่นเดียว ผู้ต้องหาบางคนแค่ปิดซองก็ถูกจับ บางคนแค่ยืมบาร์โค้ดบัตรสมาชิกห้างสรรพสินค้าไปซื้อซองจดหมายก็ตกเป็นผู้ต้องหา ถือเป็นระบบของกระบวนการที่ไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม ศาลนัดฝากขังผลัดที่ 4 อีกครั้งในวันที่ 8 กันยายน” นายจำนงค์ กล่าว





เจดีย์พุกามถล่ม ความสูญเสียที่ยากเยียวยา



เจดีย์พุกามถล่ม ความสูญเสียที่ยากเยียวยา


by พรรณิการ์ วานิช2
6 สิงหาคม 2559 เวลา 17:55 
Voice TV

ความเสียหายจากแผ่นดินไหวในเมียนมา ไม่ได้หมายถึงรายได้จากการท่องเที่ยวที่จะลดลงเท่านั้น แต่ยังเป็นความสูญเสียเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญ และที่น่ากังวลก็คือการฟื้นฟูมรดกโลกเหล่านี้ให้ดีเหมือนเดิม อาจจะแทบเป็นไปไม่ได้

ภาพเจดีย์ที่หักพังเสียหายจากแผ่นดินไหวในพุกาม ดินแดนแห่งเจดีย์พันองค์อันเลื่องชื่อของเมียนมา เป็นภาพที่สะเทือนใจนักท่องเที่ยวและผู้หลงใหลโบราณคดีทั่วโลก ทุกคนต่างรู้สึกตรงกันว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่ทัศนียภาพอันละลานตาของยอดเจดีย์สูงเสียดฟ้านับพันๆองค์จะขาดความสมบูรณ์ลงไปอันเนื่องจากภัยธรรมชาติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

แต่ทัศนียภาพที่ขาดความสวยงาม ยังถือเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างมากเมื่อเทียบกับความสูญเสียทางโบราณคดี ผู้อำนวยการฝ่ายวัฒนธรรมของยูเนสโกสำนักงานกรุงเทพฯ ยอมรับว่าความเสียหายจากแผ่นดินไหวในเมียนมา ถือเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ

แต่สำหรับชาวพม่าความสูญเสียทางวัฒนธรรมอาจจะยังเป็นเรื่องไกลตัว สิ่งที่พวกเขากังวลยิ่งกว่าก็คือรายได้ที่จะหดหายจากการที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพุกามถูกทำลายลง เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงคนท้องถิ่นที่นี่ก็คือการท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวลดลง ย่อมหมายถึงเศรษฐกิจท้องถิ่นที่จะฝืดเคืองตามไปด้วย

เจดีย์ในพุกามไม่ใช่โบราณสถานแห่งแรกที่เสียหายจากแผ่นดินไหวและภัยธรรมชาติอื่นๆ อันที่จริงแล้วในวันเดียวกับที่เกิดแผ่นดินไหวในเมียนมา ภาคกลางของอิตาลี ซึ่งเต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่และโบราณสถานสำคัญก็เจอแผ่นดินไหว พังเสียหายไปไม่น้อยเช่นกัน แต่ความแตกต่างสำคัญก็คืออิตาลีเป็นประเทศที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลโบราณสถาน มีเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการอยู่เป็นจำนวนมาก และมีงบประมาณชัดเจนที่จัดสรรไว้สำหรับดูแลมรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้โดยเฉพาะ

ในทางตรงข้าม สิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมา กลับไปคล้ายกับเหตุแผ่นดินไหวในเนปาลเมื่อปีที่แล้ว แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวทำให้โบราณสถานมรดกโลกส่วนใหญ่ในกาฐมัณฑุเสียหายอย่างหนัก และการฟื้นฟูก็เป็นไปอย่างล่าช้าและยากลำบาก เนื่องจากการบริหารงบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล บวกกับการขาดการบริหารงานฟื้นฟูทางโบราณคดีที่ดีพอ แม้ว่ายูเนสโกและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกจะเข้าไปช่วยดูแลฟื้นฟูวัดวาอารามต่างๆอย่างต่อเนื่อง

นายติ่น จ่อ ประธานาธิบดีเมียนมา ที่เดินทางไปตรวจเยี่ยมโบราณสถานในพุกามด้วยตัวเอง ยอมรับว่าการบูรณะซากปรักหักพังเหล่านี้ต้องใช้เวลานาน อย่างน้อยก็ต้องให้พ้นฤดูฝนไปก่อนจึงจะเริ่มงานก่อสร้างได้ แต่ในระหว่างนี้ ซากปรักหักพังได้ถูกกวาดไปกองรวมกันโดยไม่แยกที่มา ผิดหลักการบูรณะโบราณสถาน และจะทำให้เกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอนในการบูรณะปฏิสังขรณ์เจดีย์เหล่านี้ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม

และแม้ยูเนสโกจะยืนยันว่าความเสียหายจากแผ่นดินไหวไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการขอขึ้นทะเบียนพุกามเป็นมรดกโลกที่รัฐบาลเมียนมากำลังดำเนินการอยู่ แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าพุกามที่บูรณะขึ้นมาใหม่ จะยังมีคุณค่าทางโบราณคดีหลงเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด
...


ดูคลิปข่าวเต็มได้ที่

http://news.voicetv.co.th/world/404976.html


Happy 100th Birthday U.S. National Park Service - See NASA Astronaut Jeff Williams Celebrates the National Park Service Centennial from Space




Mount Rainier appears in this 1931 autochrome image, made using tinted glass plates. At an elevation of 14,410 feet, the Washington state landmark presides over a park area first defined in 1899.




Visitors drive through a deceased, tunneled-out tree in Tuolumne Grove, Yosemite National Park, in 1922. The Tuolumne, which contains about 25 mature sequoias, is one of three groves of giants at Yosemite.


National parks such as Yellowstone and Yosemite seem like they’ve always been part of the American experience, but they were still a relatively new concept 100 years ago. On August 25, 1916, President Woodrow Wilson created the National Park Service, giving shape and oversight to a movement that began only a few decades earlier, with the official creation of Yellowstone National Park in 1872.

Since then, the system has grown to encompass 59 national parks and more than 84 million acres of public land. Beyond designated national parks, the National Park Service also oversees monuments, battlefields, and other sites across all 50 states. It’s marking its 100th birthday with special events and free admission to all 412 areas under its purview between August 25 and August 28.

Source: National Geographics

24 Photos Show the Enduring Wonder of U.S. National Parks

.....

NASA Astronaut Jeff Williams Celebrates the National Park Service Centennial from Space



https://www.youtube.com/watch?v=ZFd8gmUTGmw&feature=youtu.be

NASA Johnson

Published on Aug 25, 2016

NASA Astronaut Jeff Williams shares his photos and personal stories as he celebrates the 100th anniversary of the National Park Service. Jeff’s affection for the National Parks began when he was a child. His father was a seasonal park ranger serving at Devils Tower National Monument. Now, his unique vantage point on the International Space Station provides an endless panorama of the natural beauty and awesome grandeur that is found in the National Parks.

.....





สัญญานอเวจี คณะรัฐประหารคสช.





อ๊ะนี่ เขาเริ่มเดินตรอกออกประตูกันแระ ใช้ ม. ๔๔ ให้ผู้นั้มพ์ดูสง่างาม ตามด้วยศาลฎีกาไล่เช็คบิล-ยกบิลการเมือง

ประชามติผ่าน ยังไม่ทันผนวกคำถามพ่วงเป็นรัฐธรรมนูญถาวร อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ก็เบ่งฤทธิ์ต่อ ด้วยคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๐/๒๕๕๙...อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)

“ข้อ ๑ ให้หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระงับการปฏิบัติราชการ...

ข้อ ๒ ให้นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น
ระงับการปฏิบัติราชการ”

“แม้ผลการตรวจสอบหรือการสอบข้อเท็จจริงในขณะนี้ยังไม่อาจสรุปความผิดได้ แต่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอยู่ในความสนใจของประชาชน”

สดร้อนไล่หลังอุบัติการณ์น้ำรอระบายบนถนนประเทศกรุงเทพฯ เมื่อวาน วิจารณ์กันขรมว่าสลิ่มชั้นกลาง สะใจ แม้ผู้ว่าฯ คนนี้เลือกมากับมือ ก็ได้อารมณ์ซาดิสต์ฟาสซิสต์ “ประชาธิปไตยกินไม่ได้” ในเมื่อทีมงาน กทม. ที่เหลือยังกินกันได้





ด้วยเหตุนั้นสมีการเมืองบุรุษห่มเหลืองอย่างสุวิทย์อิสระที่ตามกัดธรรมกายไม่ปล่อย จึงออกมาสร้างความสนใจของประชาชนให้ คสช.เอาไปตามเก็บอีกเรื่อง

“เรียกร้องให้รัฐบาลใช้มาตรา ๔๔ ดำเนินการแก่ธัมมชโย หรือพระเทพญาณมหามุนีเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะปกครองหนกลาง เจ้าคณะปกครองภาค ๑ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง เจ้าคณะตำบลคลองสี่ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ”

(http://www.matichon.co.th/news/262997)

แถมถ้อยกระหวัดลิ้น “เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งพระธรรมวินัยอันบริสุทธิ์บริบูรณ์และกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ที่บังคับใช้อย่างเท่าเทียมเป็นธรรมทั่วถึงแก่ทุกคนในประเทศอย่างไม่เลือกปฏิบัติ”

ปิดเกมด้วยคำเด่นให้จดจารและจดจำกันไว้นานๆ “ตนขอยืนยันตรงนี้เลยว่าแม้ต้องตายก็จะไม่ปรองดองแน่นอน” สมพรปาก

ทีเด็ดกว่า เป็นผลงานศาลฎีกาพิพากษาคดี “นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นางสโรชา พรอุดมศักดิ์ อดีตผู้ดำเนินรายการทางสถานีโทรทัศน์ ASTV เป็นจำเลยที่ ๑-๒ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา...

แม้จำเลยที่ ๑ จะผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ แต่การบันทึกเทปดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนวันที่โจทก์ระบุไว้ในคำฟ้อง จึงให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยที่ ๒ มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ลงโทษจำคุก ๖ เดือน ปรับ ๒ หมื่นบาท รอลงอาญา ๒ ปี”

(http://www.matichon.co.th/news/262107)

เป็นที่รู้กันว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาไว้แล้วว่าจำเลยทั้งสองมีความผิด สั่งจำคุกคนละ ๖ เดือน ปรับคนละ ๖ หมื่นบาท แต่ให้รอจองจำ ๒ ปี จากนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง พอมาถึงศาลฎีกา ทั่นสลับใหม่ให้คนหนึ่งหลุด อีกคนกลับไปโดนใหม่

ข้อพิลึกอยู่ที่ศาลใช้ตรรกะไรหว่า ยกฟ้องเพราะโจทก์ระบุวันกระทำผิดไม่ตรงกับวันจริง เสียงซุบซิบเห็นว่าเจ้าตัว คนที่ได้ยกฟ้องเองยังหัวเราะ หึหึ





อีกคดี ศาลฎีกาเหมือนกัน อันนี้แผนกคดีอาญาการเมืองโดยตรง ตัดสินสิ้นสุดคดีที่องค์กรอิสระ ปปช. ฟ้องอดีต รมว. และสองอดีตปลัดกระทรวงไอซีที ข้อหาแก้ไขสัมปทานเอื้อประโยชน์ชินคอร์ปของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร

“ศาลฎีกาตรวจสำนวนและปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า องค์คณะทั้ง ๙ มีเสียงเอกฉันท์ เห็นว่า นพ.สุรพงษ์” สืบวงษ์ลี หรือ ‘หมอเลี้ยบ’ “มีความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา ๑๕๗ ทำให้รัฐเสียหายจากกรณีที่อนุมัติให้มีการแก้ไขสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียม”

“แม้จำเลยที่ ๑ อ้างว่าได้ส่งหนังสือหารือถึงอัยการสูงสุด แต่ก็ปกปิดความจริงที่เลขาธิการ ครม.ปฏิเสธการรับเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม เนื่องจากนายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีขณะนั้นเป็นคู่สัญญา ทำให้มีผลประโยชน์ทับซ้อน

การกระทำของจำเลยไม่ได้ทำให้รัฐได้ผลประโยชน์เพิ่มขึ้น แต่กลับได้รับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จึงพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ ๑ เป็นเวลา ๑ ปี โดยไม่รอลงอาญา”

(http://www.matichon.co.th/news/262665)

หมอเลี้ยบท่านนี้มีบทบาทดีเด่นในสมัยรัฐบาลทักษิณไม่ใช่เฉพาะจากกระทรวงไอซีที ที่ Tawan Ten แห่งว้อยซ์ทีวีเขียนถึงผลงาน “ผลักดันการขยายโครงข่ายอินเตอร์เน็ตให้ลงไปถึงระดับตำบล...ผลักดันให้บริษัทไปรษณีย์ไทย เปลี่ยนแปลงวิธีคิดและการทำงาน จนเติบใหญ่และแข่งขันได้กับบริษัทข้ามชาติ”

แล้วยังมีผลงานที่ได้รับยกย่องระดับโลกด้วยการ “ทำงานหนักร่วมกับหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ต้นคิดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่ถูกไทยรักไทยแปลงเป็น ๓๐ บาทรักษาทุกโรค...”

ซึ่ง “ยูเอ็น และอมาตยา เซ็น นักวิชาการรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ถึงกับยกให้โครงการนี้เป็นต้นแบบการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้กับประชาชน ที่โลกควรเอาเป็นแบบอย่าง”

“ไม่น่าเชื่อว่านักการเมืองน้ำดี นักบริหารประเทศที่มีวิสัยทัศน์ และนักขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่มากความสามารถเช่นหมอเลี๊ยบ จะต้องมาตกสถานะที่ถูกพิพากษาในวันนี้”

ก็จะต้องเชื่อเพราะมันเกิดขึ้นแล้วในยุคผู้นั้มพ์สง่างามเดินตามตรอก และต้องเชื่อเพราะมันเป็นสัญญานอเวจีที่ไม่เฉพาะเครือข่ายทักษิณจะถูกเด็ดสอยกำจัดต่อไปอีกหลายยก ดังชื่อที่ปรากฏให้เห็นอย่างฉับไว เช่น จาตุรนต์ ฉายแสง และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

หากแต่คนที่มีคุณูปการต่อชาติและประชาชนในสายประชาธิปไตย แม้จะไม่ใช่ค่ายทักษิณอย่างนักกฎหมายมหาชนสำนักธรรมศาสตร์ เช่น วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ซึ่งมีคุณสมบัติพร้อมสำหรับสถานะศาสตราจารย์มาตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๗ ที่ปรากฏในลายชื่อนักวิชาการเหมาะสมได้รับการสถาปนาเป็นศาสตราจารย์ในปีนี้





แต่รายนามศาสตราจารย์ ๒๑ คนออกมาไม่มี อจ.วรเจตน์ เพราะชื่อของเขาถูกตัดออกไปในขั้นตอนสุดท้าย ด้วยเหตุผลที่ อจ. ปิยบุตร แสงกนกกุล เพื่อนนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ คิดว่า

“จนวันนี้ คณะรัฐประหารก็ยังคง ‘จองจำ’ แกไม่เลิก”

“รัฐประหารเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และสิ่งที่รัฐประหารทำกับแกก็ยิ่งไม่ถูกต้องเข้าไปอีก คนแบบแกไม่มีมวลชน ไม่มีพรรคการเมือง ไม่มีใครหนุนหลัง แกว่าตามเหตุผลและหลักวิชาที่แกเรียนมา...

ตอนอาจารย์วรเจตน์กลับมาเมืองไทยใหม่ๆ แกวิจารณ์การทำงานของ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ คดีซุกหุ้น จนกองเชียร์คุณทักษิณเกลียดแกไปตามๆ กัน (ไม่ต้องบอกก็ได้ว่าเนติบริกรที่ไปรับใช้คุณทักษิณเวลานั้นก็ไม่ชอบแกด้วย)

ต่อมามีเรื่อง มาตรา ๗ มี ‘ตลก. ภิวัตน์’ คราวนี้อีกข้างหนึ่งที่เคยวี้ดบึ้มๆๆ แก ก็หันมาด่าแกว่ารับเงินทักษิณ ในขณะที่คนที่เชียร์ทักษิณก็กลับมาเชียร์แก

เปลี่ยนรัฐบาลกี่ครั้ง จะมาจากขั้วใดแกก็ไม่รับตำแหน่งทั้งสิ้น ผมเข้าใจดีว่า ฝ่าย ‘อำมาตย์’ คงผิดหวังกับแกมาก ที่แกเป็นแบบนี้”

“การกักขังจองจำความคิด ไม่มีทางทำให้คนเปลี่ยนความคิด

อัยการในระบอบฟาสซิสต์ที่สั่งฟ้อง อันโตนิโอ กรัมชี่ แถลงว่า ‘เราต้องหยุดสมองก้อนนี้ที่ทำงานต่อเนื่องมา ๒๐ ปี’

แต่ ‘สมอง’ ของกรัมชี่ก็ไม่เคยหยุด เขาเขียนสมุดบันทึกจากคุก ความคิดของเขายังเป็น ‘หมุดหมาย’ สำคัญที่ให้อนุชนรุ่นหลังศึกษา

ผมทราบดีว่าถ้าอาจารย์วรเจตน์มาอ่านที่ผมเขียนนี้ แกคงตำหนิผม และถ้ามีการกระจายข่าวแชร์กันไป คนก็คง ‘หมั่นไส้’ แกอีกมาก แต่...ผมอดไม่ได้จริงๆ

ผมคิดว่าเรื่องดีๆ ที่ผมจะเขียนถึงใคร มันไม่ควรจะเขียนเฉพาะตอนคนคนนั้นตาย แล้วเราไปเขียนในงานศพ เราควรเขียนตอนที่เขามีชีวิตอยู่

ให้เขาได้รู้ ให้คนที่รักเขาได้รู้ ให้คนที่เกลียดเขาได้เข้าใจ”




MFTV สุนัย จุลพงศธร ผบ.ทบ.อาศัยเสียงระเบิดพาแซงโค้งเข้าวิน: ความล้าหลังของระบอบไทย 25aug2016




https://www.youtube.com/watch?v=ynn-oORi9yo

MFTV สุนัย จุลพงศธร ผบ.ทบ.อาศัยเสียงระเบิดพาแซงโค้งเข้าวิน: ความล้าหลังของระบอบไทย 25aug2016

Media Force

Streamed live 10 hours ago


ขอขอบคุณสถานี npc eu sweden

เลว บุกจับชาวมันนิในงาน กสม.พบประชาชนภาคใต้ + เครือข่ายประชาชนภาคใต้เสนอทบทวนบทบาทประธาน กสม.หลังห้ามอ่านแถลงการณ์ในที่ประชุม




ที่มา FB

สุรชา บุญเปี่ยม

บุกจับชาวมันนิในงาน กสม.พบประชาชนภาคใต้

เมื่อเวลาประมาณ 18 นาฬิกาเศษวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจจาก สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่งเครื่องแบบ 1 นาย อีก 4 นายไม่แต่งเครื่องแบบ เดินทางมาที่โรงแรมบุรีศรีภู บูติกโฮเต็ล ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนภาคใต้ ซึ่งนายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นประธา มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยมีการแบ่งกลุ่มรับฟังและอภิปรายปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่ม เช่น กรณีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา กรณีการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล โดยกลุ่มประมงพื้นบ้าน รวมทั้งเรื่องปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ โดยตำรวจได้พยายามจะจับกุมตัวนายปอย ไม่มีนามสกุล อายุ 27 ปี ชาวมันนิจากจังหวัดสตูลที่พาลูกๆมาร่วมงาน บอกเล่าปัญหาชีวิตความเป็นอยู่และการไม่มีสถานะทางทะเบียน ข้อหาเป็นบุคคลไร้สัญชาติเดินทางออกนอกพื้นที่ แต่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เจรจา และติดต่อประสานงานกับฝ่ายปกครองระดับสูงของจังหวัด ตำรวจทั้ง 5 นายจึงเดินทางกลับไป





เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตกตะลึงให้ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เนื่องจากเป็นงานที่จัดขึ้นอย่างเป็นทางการของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่างเป็นทางการ แต่ตำรวจเข้ามาในงานโดยไม่แจ้งให้ทราบและไม่มีหมายค้น และชาวมันนิที่เดินทางมาร่วมถ่ายทอดปัญหาก็ไม่ได้กระทำความผิดทางอาญา แต่มาแสดงความต้องการสถานะเป็นคนไทยเหมือนคนทั่วไปเท่านั้น

"เมื่อมีการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยว ทางราชการก็นำเรื่องราวและตัวของชาวมันนิมาแสดงอยู่หลายครั้ง ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้จังหวัด ไม่เคยถูกจับกุม แต่ครั้งนี้จะถูกจับเพราะไม่มีบัตรประชาชน" ผู้อยู่ในเหตุการณ์ตำรวจพยายามจับกุมนายปอย ชาวมันนิ แสดงความคิดเห็น





"ชาวมันนิเป็นคนที่เกิดและดำรงชีวิตในป่ามาตั้งแต่ดั้งเดิม ภาครัฐต้องดูแลเป็นพิเศษด้วยการเข้าไปสำรวจเพื่อคุ้มครองสิทธิ เพราะคนเหล่านี้ก็คือคนไทยกลุ่มหนึ่งที่ตกอยู่ในความยากลำบาก ต้องแก้ไขปัญหาสถานะทางทะเบียน การให้บัตรประจำตัวประชาชน เพื่อจะได้มีสิทธิในด้านต่างๆเช่นการรักษาพยาบาล การศึกษา และสิทธิด้านอื่นๆ ไม่ใช่มาจับกุมคนเหล่านี้เพราะไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน เป็นเพราะภาครัฐไม่ได้จัดการให้" นายสุรพงษ์ กองจันทึก นักกฎหมายสิทธิมนุษยชน กล่าว





สำหรับการอภิปรายประเด็นปัญหากลุ่มชาติพันธ์ุในงาน กสม.พบประชาชนภาคใต้ ซึ่งมีนางเตือนใจ ดีเทศน์ ประธานอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐาน ทรัพยากรเป็นประธาน นายวิทวัส เทพสง ประธานเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองภาคใต้ ได้กล่าวสรุปภาพพรวมของปัญหาว่า ปัจจุบันมีข้อมูลว่ามีชาวมันนิอาศัยอยู่ในป่าเทิอกเขาบรรทัดประมาณ 300 กว่าคนในเขตจังหวัดพัทลุง ตรังและสตูล มีทั้งที่กลุ่มอยู่ในป่าลึก กลุ่มที่เข้าออกระหว่างชายป่าและกลุ่มที่เริ่มออกมาติดต่อกับคนภายนอก ปัญหาที่พบคือเรื่องการแหล่งอาหารที่ลดลง และปัญหาสถานะทางทะเบียน ซึ่งเมื่อมีบัตรประช่ชนจะทำให้มีสิทธิในด้านต่างๆ รวมทั้งการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ในที่ประชุมอภิปรายยังกล่าวถึงปัญหาของชาวมันนิที่อาศัยในป่าซึ่งปัจจุบันเป็นเขตป่าสงวนหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั้งหมด จึงควรกำหนดเขตพื้นที่ให้ชาวมันนิอาศัยในป่าอย่างถูกต้องซึ่งเป็นความต้องการของชาวมันนิ





เครือข่ายภาคประชาชนกว่า 100 คน เดินออกจากเวทีที่กรรมการสิทธิมนุษยชนเป็นเจ้าภาพและจัดขึ้นเพื่อรับฟังปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภาคใต้ หลังจากนายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตะโกนห้ามตัวแทนภาคประชาชนอ่านแถลงการณ์ปัญหาสิทธิมนุษยชนในที่ประชุม ขณะที่ประธาน กสม. ชี้ภาคประชาชนทำผิดข้อตกลง

เหตุการณ์ที่นำมาสู่ความไม่พอใจของประชาชนที่เข้าร่วมประชุมเกิดขึ้นราวเที่ยงของวันนี้ เมื่อนายสมบูรณ์ คำแหง เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ หรือ กป.อพช.ใต้ กำลังจะอ่านแถลงการณ์ “หยุดการดำเนินนโยบาย โครงการหรือกิจการที่ละเมิดสิทธิชุมชนในภาคใต้” บริเวณห้องประชุมที่ กสม. จัดขึ้นเพื่อพบปะประชาชน ที่ จ. สงขลา แต่นายวัส ติงสมิตร ประธาน กสม. ออกมาตะโกนห้าม ทำให้ประชาชนที่เข้าร่วมประชุมไม่พอใจ พากันเดินออกจากที่ประชุมและบางส่วนระบุว่า จะเพิ่มข้อร้องเรียนลงไปในแถลงการณ์ที่อ่านไปแล้ว เสนอให้กสม. โดยเฉพาะ ประธาน กสม. ที่ต้องรับฟังประชาชนให้มากขึ้น ไม่ใช่พูดแค่หลักการ

นายประสิทธิชัย หนูนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน เผยว่า พฤติกรรมของนายวัสในวันนี้ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งประธาน กสม. ทั้งๆ ที่งานนี้เป็นงานที่มีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนได้แสดงออก และเนื้อหาที่จะแถลงเป็นการแสดงออก ไม่ได้โจมตีฝ่ายใด จึงอยากเสนอให้ปลดประธาน กสม. ออกจากตำแหน่ง

ด้านประธาน กสม. กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ได้ทราบเรื่องว่าตัวแทนภาคประชาชนต้องการอ่านแถลงการณ์ในที่ประชุม และหลังจากได้รับการยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง ก็คิดว่าสามารถทำได้และตนยินดีที่จะรับฟัง แต่ขอให้จบจากวาระการประชุมก่อน เพราะในที่ประชุมมีการออกอากาศสดทางวิทยุ ส่วนการตะโกนห้ามประชาชนอ่านแถลงการณ์นั้น นายวัสกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นไปแล้ว ย้อนกลับไม่ได้ แต่ชี้ว่าประชาชนที่เข้าร่วมประชุมทำผิดข้อตกลงแต่กลับมาเรียกร้องให้คนอื่นทำอย่างที่ต้องการ

สำหรับแถลงการณ์ดังกล่าวระบุปัญหา 6 ประเด็นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้คือ นโยบายการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ และโรงไฟฟ้าชีวมวล นโยบายการทวงคืนผืนป่าที่ได้มีการตรวจยึดพื้นที่ทำกินดั้งเดิมของชุมชนอย่างไม่แยกแยะ การละเลยไม่คุ้มครองสิทธิของชนกลุ่มน้อย หรือกลุ่มชาติพันธุ์ภาคใต้ ได้แก่ กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล กลุ่มมันนิ (ซาไก) และสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังไม่มีแนวทางหรือทางออกในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ

แถลงการณ์ระบุให้รัฐบาลทบทวนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งในระยะสั้น และระยะยาวจากโครงการดังกล่าว และต้องใช้กระบวนการทางกฎหมาย หรือข้อระเบียบต่าง ๆ ในการกลั่นกรองก่อนการดำเนินโครงการอย่างรอบด้าน เพราะอาจจะนำไปสู่การละเมิดสิทธิของประชาชนและสิทธิชุมชนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต